ค้นหา :
   วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555
เลือกฉบับ  
คอลัมน์ข่าว
กองบรรณาธิการ (1)
บทบรรณาธิการ (1)
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ.โกลบอลเฮ้าส์ สาขา นครพนม (1)
อยู่สกล รักสกล ทำเพื่อสกลนคร ตอนที่ ๑ รวมกันเราอยู่ (1)
สัมภาษณ์พิเศษ คุณวิทูร สุริยวนากุล (1)

เว็บบอร์ด
ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ๆสยามนิวส์
อยากมาอ่านข่าวท้องถิ่นที่แท้จริง
มาเป็นกำลังใจให้นะค่ะ
ถึงบก.บริหารพี่กุ้ง
ถึงบก.บริหารพี่กุ้ง
สวัสดีท่านบรรณาธิการ
มาให้กำลังใจคนทำข่าวครับ
ไปหน้ากระทู้รวม >>

 


Web Link



 


รายละเอียดของข่าว ในกลุ่ม " สัมภาษณ์พิเศษ คุณวิทูร สุริยวนากุล"

สัมภาษณ์พิเศษ คุณวิทูร สุริยวนากุล

 

 

 

สัมภาษณ์พิเศษ

 

 

 

 

คุณวิทูร สุริยวนากุล

ประธานบริหารเจ้าหน้าที่ บริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์  จำกัด  (มหาชน)

 

 

          ขอทราบถึงวิสัยทัศน์ และพันธกิจ ของบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ และแนวคิดในการก่อตั้งบริษัทฯ

 

             สำหรับโกลบอลเฮาส์ ตั้งแต่เริ่ม เรามีแนวคิดและตัดสินใจที่จะเปลี่ยนธุรกิจจากร้านวัสดุก่อสร้างธรรมดา ให้เป็นร้านรูปแบบใหม่ และทันสมัย โดยยึดหลักของลูกค้าเป็นที่ตั้ง (customer oriented)  อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วก็คือเราพยายามที่จะปรับ ให้มันตรงกับความต้องการของลูกค้าโดยให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด  หลังจากที่เราเปิดสาขาแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด เราก็มั่นใจว่ารูปแบบธุรกิจ (business model)หรือ Format ของเรามันตรงกับความต้องการของลูกค้า เราก็เริ่มขยายสาขา และหลังจากที่เราขยายจนได้ถึง 7 สาขา (สาขาชลบุรี)  เราก็คิดว่าธุรกิจนี้มันต้องไปต่อ ก็เลยนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันนี้ก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วประมาณ  2 ปี ครึ่ง  และตอนนี้เรากำลังอยู่ยุคที่เรากำลังเติบโต อยูในช่วงของการขยายสาขา ก็คิดว่าภายในปีนี้ เราคาดว่าจะให้ครบ 20 สาขา และแผนการขยายตัว  ก็คิดว่ายังคงต่อเนื่องไป และในส่วนรูปแบบของร้าน เราก็จะมีการพัฒนาและปรับปรุง ก็คือหยุดนิ่งไม่ได้  ทุกวันนี้การแข่งขันก็สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าการแข่งขันนั่นเป็นเรืองธรรมดาของการทำธุรกิจ เราต้องฝึกปรือ ฉะนั้นเราคิดว่าเราน่าจะแข็งแรงขึ้น แล้วก็น่าจะตอบสนองลูกค้าได้ เพราะว่าที่ผ่านมา 

               ที่เรามาเปิดที่สกลนคร เราก็ได้รับความตอบรับอย่างดีมาก เกินกว่าที่เราคาดเอาไว้  ถึงแม้ว่าเราจะเข้ามาเปิดบริการเป็นรายที่ 3 ก็จริง  ในพื้นที่ทางอีสานเนี่ย เราถือว่า แบรน์ เราแข็งแกร่งพอสมควร แล้วเราก็เชื่อว่าธุกิจของเรามันตรงกับคำสโลแกนของเรา “ครบหลากหลายให้บ้านคุณ”

 

                                                          

                                        

                                                  วิทูร สุริยวนากุล 

        สำหรับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นบริษัทฯ มีทิศทางและยังน่าลงทุนไหม

จริง ๆ แล้ว  ถ้าราคาหุ้นนี้ผมคงบอกไม่ได้ ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะว่าเนื่องจากหุ้นเป็นเรื่องของตลาด หลักทรัพย์ แต่ว่าที่ผ่านมา หลังจากที่เราเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว หลายท่านอาจจะไม่รู้ว่าเรามีกิจกรรมหรือเราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  หลังจากเราเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 

             พอปี 2553 เราก็เริ่มไป Road Show เราไปพบนักลงทุนที่สิงคโปร์ มาเลเซีย  ฮ่องกง หลายคนก็มองว่าเราเป็นบริษัทฯ ขนาดเล็กอยู่ แต่ก็สนใจในธุรกิจของเรา บางกลุ่มก็เข้ามาเริ่มลงทุนในกิจการของเรา คำว่าลงทุนก็คือ ซื้อหุ้นของบริษัทสยามโกลบอลเฮาส์ พอ ปี 2554 ผมก็คิดว่า เนื่องจากธุรกิจของเราเป็นธุรกิจพื้นฐาน   หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า วันที่ 1 มกราคม ปี 2554 หุ้นของบริษัทสยามโกลบอลเฮาส์ ที่ชื่อว่าglobal  ได้คัดเลือกอยู่ในตาราง Set Index 100  นั้นหมายความว่าหุ้นในตลาดมีเท่าไหร่ก็แล้วแต่  เราอยู่ในลำดับ 1 ใน 100  แล้วก็พอช่วงปลายปี 2554 ประมาณเดือนพฤศจิกายน  ทาง MSCI  Index (Morgan Stanley Capital International Index) ก็ประกาศให้หุ้นโกลบอลเฮาส์เป็น 1 ในหุ้นไม่กี่ตัวของหุ้นในประเทศไทยที่ได้จัดอยู่ใน  MSCI Index  ซึ่งพอเข้าไปอยู่ใน MSCI Index แล้วมันทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจ คือว่าพอเปิดจอขึ้นมา ก็จะเห็นชื่อ โกลบอลเฮาส์เราอยู่ในนั้น MSCI Index เขาก็จัดตารางสำหรับหุ้นทั่วโลก ในเมืองไทยเขาก็คัดขึ้น 4 ตัว เราก็เป็น 1 ในนั้น

                 นี้ก็คิดว่าเป็นผลเนื่องจากที่ผมไป   Road Show มา และในปีนี้ ที่ผ่านมาแล้วก็สดๆ ร้อนๆ ผมก็ไปที่ฮ่องกง แล้วก็สังเกตได้ชัดเลยว่านักลงทุนฮ่องกงส่วนใหญ่ก็เข้าใจหุ้นเราดี  และหลายคนก็ลงทุนในหุ้นบริษัทสยามโกลบอลเฮาส์ ไปเรียบร้อยแล้วเท่าที่ผมตรวจสอบดู  เออ อันนี้เป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้ก็คือ ผู้ถือหุ้นที่เป็นต่างชาติ ถือหุ้นของโกลบอลเฮาส์น่าจะใกล้เคียง 10 เปอร์เซนต์ ฉะนั้นผมว่าให้ดูตรงนี้ก็คือปัจุบันของเรานี้ถือว่าเราเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตที่ค่อนค้างสูง  ปีนี้เรามีอัตราการเติบโตสูงสุด (top line) ก็คือยอดขายของเราเพิ่มขึ้นประมาณ 40 เปอร์เซนต์ ก็คือยอดขายเราเพิ่มขึ้น และผลกำไรเราก็เพิ่มขึ้น 36 เปอร์เซนต์ จากการเพิ่มสาขาเมื่อปีที่แล้ว 2 สาขา แต่ปีนี้เราจะเพิ่มอีก 7 สาขา ซึ่งจะเปิดให้ครบ 20 สาขาในปีนี้  นี้ถามว่าทำไม เปิด 20 สาขา ไม่เยอะไปเหรอ จริงๆ แล้ว ความตั้งใจของเรา ปีที่แล้วเราจะเปิด 4 สาขา แล้วปีนี้เราเปิด 5 สาขา แต่บังเอิญปีที่แล้วช่วงปลายปีมีปัญหาน้ำท่วม ประกอบกับที่บางแปลงเราซื้อมาไม่ทัน ก็เลยเปิดช้าไป 2 สาขา ก็คือ สาขาจังหวัดสกลนคร และสาขาจังหวัดนครพนม อย่างไรก็ตามมาปีนี้ เวลาเราไป Road Show เราก็มีแผนให้ผู้ลงทุนต่างประเทศเขาดูว่า ภายในปี 2012 เราจะเปิดให้ได้ 20 สาขา เราก็คิดว่าเราทำไปตามแผนเท่านั้นเอง ทีนี้ถามว่าในปีต่อไปจะทำอย่างไร หลายคนก็บอก 20 สาขาแล้วจะหยุดไหม  ก็คงไม่ได้หยุดหรอกครับ เพราะว่าปัจุบันเราก็หาที่ดินสำหรับปีหน้าไว้เป็นบางส่วนแล้ว  คิดว่าที่ดินสำหรับปีหน้าเราควรจะหาให้ได้ครบภายในปีนี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้เรามีที่ดินสำหรับปีหน้าเนี่ยอยู่ประมาณสัก 3 แปลงแล้ว

                ฉะนั้น ถ้าปีนี้เราเปิดได้ 7 สาขา ปีหน้าผมคิดว่าถ้าเราจะเปิด7 สาขาหรือเปิด 8 สาขา ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหา ทีนี้หลายคนก็ถามว่าเราจะมีปัญหาเรื่องเพิ่มทุนหรืออะไรไหม ปัจุบันนี้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของเราเนี่ยค่อนข้างจะต่ำอยู่ในระดับ 0.86 เท่า แล้วเราก็มีใบสำคัญแสดงสิทธิ์ ซึ่งสามารถแลกซื้อหุ้นเราได้ในราคา 7.50 บาท ซึ่งจะหมดอายุภายในปีหน้าประมาณเดือนพฤษภาคม ถ้าเราได้เงินจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ์  มาประมาณ 1.8 พันล้านบาท แล้วอีกส่วนได้จากเงินภายในของบริษัทซึ่งทำมาค้าขาย ในปีนี้ 14 – 20 สาขา ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท  ถ้าเรายังรักษาระดับอัตราส่วนนี้สินต่อทุนไว้ในอัตราเดิมคืออยู่ประมาณไม่เกิน 1  เราก็จะมีเม็ดเงิน สำหรับที่จะเปิดสาขาได้ประมาณสัก 5-6 สาขา  ฉะนั้นเรื่องการเพิ่มทุน คิดว่าไม่อยู่ในวัถุประสงค์ของบริษัทในระยะสั้นนะครับ

           

                                                       

                                       

                                                วิทูร สุริยวนากุล

        

 

                   เราก็คิดว่าหลังจากที่ขยายไปได้ประมาณสัก 30 สาขา มันก็จะเงินสดภายในบริษัทปีหนึ่งๆ พอที่จะเปิดได้ปีประมาณสัก 6-7สาขา โดยที่ใช้อัตราส่วนในการกู้เงินลดลง ฉะนั้นเราก็จะมองเห็นว่าในอนาคตต่อไปถ้าเรายังขยายตัวต่อเนื่องก็ไม่เป็นปัญหา ยกเว้นว่าเราจะกระโดดไปขยายปีละสัก 15 หรือ 20 สาขา อันนี้เราจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มและต้องดูว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้มีปัญหาอะไร ทางสถาบันเงินทุนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพียงแต่ว่าอาจจะเป็นความกังวนของนักลงทุนเท่านั้นเอง

 

                   สำหรับประเด็นที่เราคิดว่าเราจะต้องปรับตัว ก็เป็นประเด็นที่ท้าทายเราอยู่ปัจุบัน นี้ก็คือประเด็นในเรื่องของการสร้างทีมงาน  ส่วนในเรืองของสินค้ามันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะว่าเรามีคู่ค้าที่แข็งแกร่งอยู่แล้วเรามีคู่ค้าที่ทำกันมานาน แล้วเราก็เป็นผู้ค้าที่เป็นพาร์ตเนอร์กันมาตลอด แต่ว่าเรื่องคนที่เราจะต้องเร่งระดมและฝึกอบรมเพื่อจะให้ไปดูแลสาขานี้นะครับก็เป็นเรื่องนึ่งที่เป็นเราต้องพยายามตลอดเวลา’ครับ.... 

             

                                     

                                      จันทร กาวรรณธง / แบงค์ อิทธิพันธ์/รายงาน


รายงานโดย แบงค์ อิทธิพันธ์ / จันทร กาวรรณธง /รายงาน  ( แก้ไขล่าสุด 2012-02-29 )