เศร้าสุดๆ!! เปิดจดหมายฉบับสุดท้ายก่อนฆ่าตัวตาย จากเด็กที่ถูกถูกข่มขืน อ่านแล้วน้ำตาไหลโลกนี้ช่างโหดร้ายจริงๆ!!!?

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

ชีวิตของเด็กสาววัยธยมต้นควรจะเป็นชีวิตที่สดใส ร่าเริง ได้พบเจอเพื่อนฝูง และมีความสุขกับชีวิต แต่สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ แคสซิดี เทรวาน โลกของแคสซิดีไม่ได้สดใสหรือมีความสุขดังที่ควรจะเป็น มันคือโลกที่มืดมนโหดร้าย เธอถูกเพื่อนร่วมโรงเรียนกลั่นแกล้งมาโดยตลอด จากการรังแกเปลี่ยนเป็นความรุนแรงเกินรับ จนเธอฆ่าตัวตาย

เรื่องราวน่าสะเทือนใจของแคสซิดีถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 บอกเล่าว่า แคสซิดีเป็นเด็กสาวชาวเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เธอตกเป็นศูนย์กลางการรุมกลั่นแกล้งตั้งแต่อายุแค่ 13 ปีเท่านั้น กลุ่มเด็กผู้หญิงที่โรงเรียนรุมรังแกเธออย่างโหดร้าย ทั้งด่าทอต่อว่าบนโลกโซเชียลไปจนถึงทำร้ายร่างกาย เด็กผู้หญิงเหล่านั้นตบหน้าแคสซิดีและยังตามไปทำลายข้าวของที่บ้านพ่อแม่ของเธอ

ความเลวร้ายทั้งหมดนี้เกินกว่าที่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรับได้ โดยในปี 2556 แคสซิดีก็ไม่สามารถทนการรุมกลั่นแกล้งได้อีกต่อไป เธอหยุดเรียนไปตลอดทั้งเทอมและไปเข้ารับการบำบัดเพื่อรักษาสภาพจิตใจ ในช่วงที่การบำบัดของใกล้สิ้นสุดลงนั้น กลุ่มเด็กสาวที่เคยรังแกก็ติดต่อมาหาแคสซิดี พวกเธอขอโทษสำหรับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นและชวนแคสซิดีไปเที่ยวงานเทศกาล เธอตกลงไปด้วย และไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเธอ 

แคสซิดีไม่ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลดังที่หวัง เธอถูกกลั่นแกล้งอีกครั้ง และครั้งนี้มันเลวร้ายกว่าทุกครั้งที่เคยเจอมา แคสซิดีถูกพาไปเจอเด็กหนุ่มหลายคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน  เด็กหนุ่มพวกนี้รุมข่มขืนเธอในขณะที่พวกเด็กสาวนั่งมองดู แม่ของแคสซิดีไปแจ้งตำรวจหลังจากนั้น แต่แคสซิดีปฏิเสธที่จะให้การเพราะเธอหวาดกลัวมาก เธอกลัวว่าเด็กสาวพวกนั้นจะกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง สุดท้ายคดีนี้ก็ตกไปเพราะไม่มีพยานหลักฐานที่เพียงพอ

เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 2 ปีจากนั้น แคสซิดีก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ก่อนที่แม่ของเธอจะพบจดหมายฉบับหนึ่งในคอมพิวเตอร์ของเธอ มันคือจดหมายที่แคสซิดีเขียนเอาไว้ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เนื้อหาของจดหมายอธิบายถึงความรู้สึกของเด็กสาวผู้น่าสงสารและความโหดร้ายของการถูกกลั่้นแกล้ง แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการแก้แค้นคนที่ทำร้ายเลยเลยสักนิด

โดยเนื้อหาในจดหมาย มีดังนี้
“ฉันชื่อแคสซิดี และฉันถูกข่มขืน ฉันเป็นนักเรียนของโรงเรียน (ไม่มีการเปิดเผยชื่อโรงเรียน) คนที่ข่มขืนเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับฉัน และพวกเขายังคงไปเรียนอยู่ทุกวัน ฉันรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันบอกมันดูเหมือนคนที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น 

การที่ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นเพราะฉันมีเหตุผล และฉันก็กำลังจะอธิบายให้ฟัง 

จุดประสงค์ของฉันคือ ฉันอยากเตือนนักเรียนทุก ๆ คนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน (รวมทั้งผู้ปกครองด้วย) ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับคนอื่นที่เป็นเหมือนฉัน ถ้าพวกเขากลั่นแกล้งฉันได้ ก็สามารถทำแบบนี้กับคนอื่นได้เช่นกัน 

พวกเธอทุกคนต้องเข้มแข็งให้มาก ๆ นะ ต้องช่วยกันหยุดยั้งเรื่องนี้ คนที่ทำร้ายฉันคือนักเรียนจาก (ไม่ระบุ) ถึงแม้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับฉัน (เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ มันไม่เหมือนเรื่องที่เธอได้ยินเขาพูดกันในโรงเรียนหรอกนะ) 

สำหรับคนที่ข่มขืนฉัน คนที่กลั่นแกล้งฉัน คนที่ทำให้ฉันถูกข่มขืน ฉันไมได้ต้องการแแก้แค้นพวกเขา ฉันแค่ต้องการอยากมาเตือนทุก ๆ คน โรงเรียนแห่งนี้ซึ่งมีนักเรียนมากกว่า 1,500 คน มีตั้งแต่อายุ 7-12 ปี ฉันไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนอื่นอีก ฉันมาเตือนเพราะว่าหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ไม่มีเจ้าหน้าที่โรงเรียนคนไหนมาช่วยเหลือฉันเลย (ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลังให้พวกเขาฟัง)

ตอนนี้ หน้าที่ของฉันคือการเตือนภัยทุกคน และอยากให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ให้มาก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน มันคือเรื่องจริง พวกเธอรู้อะไรไหม ? เรื่องมันผ่านไป 1 ปีครึ่งแล้ว แต่ยังมีคนพูดถึงเรื่องนี้กัน ฉันได้รับข้อความบนเฟซบุ๊กจากเด็กที่ฉันไม่รู้จัก พวกเขาด่าฉัน ถึงแม้ว่าฉันย้ายโรงเรียนและย้ายบ้านหนีไปแล้ว ก็ยังมีคนพวกนี้ตามมาหลอกหลอนและกลั่นแกล้งฉัน 

ฉันไม่สามารถห้ามไม่ให้ผู้คนพูดถึงข่าวลือผิด ๆ ได้ ฉันห้ามใครไม่ได้  แต่อย่างน้อย ฉันก็หวังว่าความจริงจะถูกเผยแพร่ออกไป และผู้คนจะได้พูดถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเสียที ฉันขอย้ำอีกครั้ง ฉันขอเตือนทุกคนจากใจ จงระวังกลุ่มเด็กพวกนั้น พวกเขาอันตรายมาก 

จำเอาไว้นะ ถ้ามีใครแกล้งขึ้นมาล่ะก็ จงอย่ายอม ! สู้พวกมัน ! เชื่อฉันเถอะและพวกเธอจะไม่มานั่งเสียใจอย่างที่ฉันเป็น พวกเธอทำได้ !
 

ขอให้พวกเธอระวังตัวอยู่เสมอ ขอให้พวกเธอทุกคนปลอดภัย ” 

ข่าวจาก : www.siamvariety.com

Facebook Comments
Share.

Comments are closed.